พื้นที่ชายฝั่งทะเล มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ที่ดินชายฝั่งทะเลมีทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่ามากมาย เช่น ก๊าชธรรมชาติ น้ำ แร่ธาตุ อาหาร ชายหาด และทัศนียภาพอันงดงาม และยังเป็นพื้นที่สำคัญของโครงข่ายคมนาคมที่เป็นประตูเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย ดังนั้นพื้นที่ชายฝั่งทะเลจึงเป็นฐานเศรษฐกิจที่ผลิตสินค้าต่างๆ มากมาย ที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม แหล่งพาณิชยกรรม และแหล่งท่องเที่ยว แต่ขณะเดียวกัน พื้นที่ชายฝั่งทะเลก็ยังเป็นบริเวณที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนในด้านระบบนิเวศ ซึ่งอาจถูกทำลายได้ง่าย ทั้งโดยภัยธรรมชาติ และการกระทำของมนุษย์ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องระวังเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนา โดยมิให้เกิดการทำลายคุณค่าที่มีอยู่ เช่น โดยการตักตวงผลประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลมากจนเกินไปหรือโดยการก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
ปัญหาหลักในการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเล คือ การเสื่อมสภาพของที่ดินชายทะเลและทรัพยากรชายฝั่ง รวมถึงการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม โดยการถูกทำลาย การตักตวงใช้ประโยชน์จากทรัพยากรมากเกินไป การใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาต่างๆ ที่เกิดในเขตพื้นที่ชายทะเลซึ่งส่งผลกระทบทางลบมากมายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน ทรัพยากรชายฝั่งที่สำคัญหลายชนิด เช่น ป่าชายเลน ที่ดินชายหาด แนวปะการัง หญ้าทะเล และน้ำทะเลใกล้ชายฝั่งได้ถูกทำลายและเสื่อมโทรมลงไปจนอยู่ในขั้นที่ต้องการการเอาใจใส่ และจัดการอย่างเร่งด่วน
พื้นที่ป่าชายเลนจำนวนมากได้ถูกทำลายและใช้ประโยชน์เกินความจำเป็นในหลายประเภท จากสถิติชี้ให้เห็นว่าป่าชายเลนถูกทำลายลงอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต ในช่วงปี พ.ศ. 2518-2522 พื้นที่ป่าชายเลนลดลงในอัตรา ร้อยละ 2 ต่อปี เทียบกับอัตราลดลงในระหว่าง พ.ศ. 2504-2518 ซึ่งเฉลี่ย ร้อยละ 1 ต่อปี แม้ในปัจจุบันอัตราการนำที่ดินป่าชายเลนมาใช้ประโยชน์จะลดลงน้อยกว่าในช่วงปี พ.ศ. 2518-2522 ก็ตาม แต่ที่ดินซึ่งเคยเป็นป่าชายเลนหลายพื้นที่ได้เปลี่ยนสภาพโดยถาวร เช่น บริเวณชุมชนที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชยกรรม โรงงานอุตสาหกรรมและโครงข่าย และพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงพื้นที่ป่าชายเลนชายฝั่งทะเลอันดามัน ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ จนเสื่อมสภาพในปัจจุบัน ความต้องการผลิตภัณฑ์จากไม้และการสัมปทานการทำไม้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ป่าไม้ถูกทำลายไปมาก นอกจากนี้การปลูกป่าชายเลนทดแทนส่วนใหญ่ยังไม่มีการปลูกดำเนินการอย่างจริงจัง เว้นแต่ภาคราชการเท่านั้น ในกรณีเช่นนี้ ระบบนิเวศจะสูญเสียไป และบ่อยครั้งที่ความสูญเสียเหล่านี้มีค่ามากกว่าสิ่งที่ได้มาจากกิจการที่ก่อให้เกิดการทำลายป่าเหล่านั้นเสียอีก
แนวปะการังหลายแห่งมีสภาพเสื่อมโทรม และบางแห่งถูกทำลาย เนื่องจากการทับถมของตะกอนดินจากการทำเหมืองแร่ดีบุกทั้งในทะเลและเหมืองบนบกในอดีต การทำการเกษตรบริเวณที่สูงของพื้นแผ่นดินบนฝั่งโดยขาดการอนุรักษ์ดินและน้ำ จากการจับปลาอย่างผิดกฎหมาย การระเบิดปลาใกล้กับเกาะต่างๆ ตามชายฝั่งทะเลอันดามัน การเก็บปะการังในอ่าวไทยเพื่อทำเป็นสินค้า ปะการังที่หายากบางชนิดถูกนำไปเลี้ยงในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ นอกจากนี้ ในเขตที่มีนักท่องเที่ยว แนวปะการังยังถูกทำลายโดยการกระแทกของสมอเรือ การดำน้ำเพื่อดูปะการังที่ไม่ถูกวิธี และการนิยมเก็บปะการังไปเป็นที่ระลึก
ที่ชายหาดและทิวทัศน์สวยงามมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมาช้านาน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาด้านการพักผ่อนหย่อนใจบางประเภทตามชายหาด และการพัฒนาอื่นๆ บางประเภท มีผลทำให้ความงามของสุนทรียทรัพย์ อันได้แก่ ทิวทัศน์ธรรมชาติเหล่านั้นลดน้อยลง ปัญหาของเสียที่ระบายออกจากอาคารบ้านเรือนและบริเวณที่พักนักท่องเที่ยว มีการก่อสร้างอาคารและรั้วรุกล้ำลงไปจนถึงแนวชายหาด การตกตะกอนทับถมของเศษดินและหินจากการทำเหมืองแร่ในอดีต การทำเหมืองทรายในบริเวณหรือใกล้กับบริเวณชายหาด รวมถึงการก่อสร้างในกิจการต่างๆ ในปัจจุบัน และคราบน้ำมันจากเรือ ต่างก็มีส่วนทำให้สภาพของชายหาดเสื่อมโทรมลง การกัดเซาะพังทลายที่เกิดขึ้นบริเวณชายหาดและการทำลายแนวปะการังจะเป็นตัวเร่งความเสื่อมโทรมของที่ดินชายหาดเร็วขึ้น
การตั้งถิ่นฐานชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม บริเวณท่องเที่ยว และท่าเรือตามแนวชายฝั่งทะเลได้ก่อให้เกิดมลพิษในน้ำทะเลไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบริเวณอ่าวไทยตอนใน ทั้งนี้เนื่องมาจากไม่มีการควบคุมปริมาณของเสีย ทั้งน้ำเสีย และขยะ ซึ่งระบายมาจากบริเวณชุมชนนั้น มลพิษในน้ำทะเลยังมีสาเหตุมาจากการมีตะกอนดินถูกปล่อยทิ้งออกมาในบริเวณชายฝั่งทะเล มลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงสู่ทะเล คราบน้ำมันที่รั่วไหลจากเรือบรรทุกน้ำมันและเรืออื่นๆ ตลอดจนของเสียจากร่างกายมนุษย์ ขยะ และสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ทิ้งจากเรือทั้งในทะเลและขณะทอดเทียบอยู่ที่ท่าเรือ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัญหาร้ายแรง ปริมาณมลพิษที่เพิ่มมากขึ้นเหล่านี้ เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสุขภาพของมนุษย์และระบบนิเวศของทะเล ชายฝั่งและชะวากทะเล ( เช่น บริเวณป่าชายเลน และแนวปะการัง เป็นต้น ) มลพิษแม้แต่เพียงน้อยก็อาจเป็นอันตรายต่อการใช้ประโยชน์จากน้ำทะเล เพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ
ภัยธรรมชาติ การกัดเซาะพังทลายชายฝั่งทะเล การตื้นเขินบริเวณปากน้ำ น้ำท่วมในฤดูมรสุม นับว่าเป็นปัญหาอีกประเภทหนึ่งที่พบในบริเวณพื้นที่ชายทะเล ความรุนแรงของความเสียหายจากภัยธรรมชาติ และบทบาทของระบบนิเวศในการช่วยควบคุมความเสียหายจากภัยธรรมชาติมักจะถูกละเลย ยังไม่มีบันทึกไว้เป็นหลักฐานอันเป็นข้ออ้างอิงเพื่อการลดความรุนแรงของภัยพิบัติ
นอกจากนี้ ปัญหาที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลก็คือ การขาดความร่วมมือประสานงานกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากรชายฝั่งทะเล ทั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากความขัดแย้งกันในการบริหารงานตามอำนาจหน้าที่ การละเว้นบทบาทของชุมชนท้องถิ่น การขาดความเข้าใจและการเอาใจใส่ต่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งและที่ดินของชุมชนในท้องถิ่นที่รัฐไม่ได้เสริมสร้างให้เข้มแข็ง
ปัญหาและข้อบกพร่องเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ควรต้องมีการปรับปรุงทางด้านนโยบายและแนวทางบริหารเสียใหม่ การแก้ปัญหาข้อขัดแย้งในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชายฝั่งและที่ดิน เช่น ป่าชายเลน แนวปะการัง หญ้าทะเล แหล่งประมงและพื้นที่เพาะเลี้ยงชายฝั่ง ทรัพยากรแร่ ชุมชนที่อยู่อาศัย การพาณิชย์กรรมและอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ท่องเที่ยว รวมทั้งการพัฒนาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายทะเล ย่อมต้องการความร่วมมือและการประสานแผนพัฒนาในระหว่างองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีหน้าที่ ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ต้องถือเป็นภารกิจหลักที่สำคัญ ทั้งกำหนดแนวความคิด บูรณาการวางแผนร่วมกันกับองค์กรต่างๆ ที่ใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรชายฝั่ง เพื่อนำพาประเทศก้าวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดไป
การกำหนดแนวเขตที่ดินชายฝั่งทะเลเพื่อการปฏิบัติงานที่ชัดเจน จึงเป็นกลวิธีที่สำคัญที่ทำให้ทุกภาคส่วนเกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ซึ่งทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ชายฝั่งทะเลสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้อย่างกว้างขวางไปในทิศทางเดียวกัน บังเกิดผลสำเร็จของงานด้านการจัดการและพัฒนาที่ดินชายฝั่งของประเทศชาติ
แนวปะการังหลายแห่งมีสภาพเสื่อมโทรม และบางแห่งถูกทำลาย เนื่องจากการทับถมของตะกอนดินจากการทำเหมืองแร่ดีบุกทั้งในทะเลและเหมืองบนบกในอดีต การทำการเกษตรบริเวณที่สูงของพื้นแผ่นดินบนฝั่งโดยขาดการอนุรักษ์ดินและน้ำ จากการจับปลาอย่างผิดกฎหมาย การระเบิดปลาใกล้กับเกาะต่างๆ ตามชายฝั่งทะเลอันดามัน การเก็บปะการังในอ่าวไทยเพื่อทำเป็นสินค้า ปะการังที่หายากบางชนิดถูกนำไปเลี้ยงในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ นอกจากนี้ ในเขตที่มีนักท่องเที่ยว แนวปะการังยังถูกทำลายโดยการกระแทกของสมอเรือ การดำน้ำเพื่อดูปะการังที่ไม่ถูกวิธี และการนิยมเก็บปะการังไปเป็นที่ระลึก
ที่ชายหาดและทิวทัศน์สวยงามมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมาช้านาน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาด้านการพักผ่อนหย่อนใจบางประเภทตามชายหาด และการพัฒนาอื่นๆ บางประเภท มีผลทำให้ความงามของสุนทรียทรัพย์ อันได้แก่ ทิวทัศน์ธรรมชาติเหล่านั้นลดน้อยลง ปัญหาของเสียที่ระบายออกจากอาคารบ้านเรือนและบริเวณที่พักนักท่องเที่ยว มีการก่อสร้างอาคารและรั้วรุกล้ำลงไปจนถึงแนวชายหาด การตกตะกอนทับถมของเศษดินและหินจากการทำเหมืองแร่ในอดีต การทำเหมืองทรายในบริเวณหรือใกล้กับบริเวณชายหาด รวมถึงการก่อสร้างในกิจการต่างๆ ในปัจจุบัน และคราบน้ำมันจากเรือ ต่างก็มีส่วนทำให้สภาพของชายหาดเสื่อมโทรมลง การกัดเซาะพังทลายที่เกิดขึ้นบริเวณชายหาดและการทำลายแนวปะการังจะเป็นตัวเร่งความเสื่อมโทรมของที่ดินชายหาดเร็วขึ้น
การตั้งถิ่นฐานชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม บริเวณท่องเที่ยว และท่าเรือตามแนวชายฝั่งทะเลได้ก่อให้เกิดมลพิษในน้ำทะเลไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบริเวณอ่าวไทยตอนใน ทั้งนี้เนื่องมาจากไม่มีการควบคุมปริมาณของเสีย ทั้งน้ำเสีย และขยะ ซึ่งระบายมาจากบริเวณชุมชนนั้น มลพิษในน้ำทะเลยังมีสาเหตุมาจากการมีตะกอนดินถูกปล่อยทิ้งออกมาในบริเวณชายฝั่งทะเล มลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงสู่ทะเล คราบน้ำมันที่รั่วไหลจากเรือบรรทุกน้ำมันและเรืออื่นๆ ตลอดจนของเสียจากร่างกายมนุษย์ ขยะ และสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ทิ้งจากเรือทั้งในทะเลและขณะทอดเทียบอยู่ที่ท่าเรือ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัญหาร้ายแรง ปริมาณมลพิษที่เพิ่มมากขึ้นเหล่านี้ เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสุขภาพของมนุษย์และระบบนิเวศของทะเล ชายฝั่งและชะวากทะเล ( เช่น บริเวณป่าชายเลน และแนวปะการัง เป็นต้น ) มลพิษแม้แต่เพียงน้อยก็อาจเป็นอันตรายต่อการใช้ประโยชน์จากน้ำทะเล เพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ
ภัยธรรมชาติ การกัดเซาะพังทลายชายฝั่งทะเล การตื้นเขินบริเวณปากน้ำ น้ำท่วมในฤดูมรสุม นับว่าเป็นปัญหาอีกประเภทหนึ่งที่พบในบริเวณพื้นที่ชายทะเล ความรุนแรงของความเสียหายจากภัยธรรมชาติ และบทบาทของระบบนิเวศในการช่วยควบคุมความเสียหายจากภัยธรรมชาติมักจะถูกละเลย ยังไม่มีบันทึกไว้เป็นหลักฐานอันเป็นข้ออ้างอิงเพื่อการลดความรุนแรงของภัยพิบัติ
นอกจากนี้ ปัญหาที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลก็คือ การขาดความร่วมมือประสานงานกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากรชายฝั่งทะเล ทั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากความขัดแย้งกันในการบริหารงานตามอำนาจหน้าที่ การละเว้นบทบาทของชุมชนท้องถิ่น การขาดความเข้าใจและการเอาใจใส่ต่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งและที่ดินของชุมชนในท้องถิ่นที่รัฐไม่ได้เสริมสร้างให้เข้มแข็ง
ปัญหาและข้อบกพร่องเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ควรต้องมีการปรับปรุงทางด้านนโยบายและแนวทางบริหารเสียใหม่ การแก้ปัญหาข้อขัดแย้งในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชายฝั่งและที่ดิน เช่น ป่าชายเลน แนวปะการัง หญ้าทะเล แหล่งประมงและพื้นที่เพาะเลี้ยงชายฝั่ง ทรัพยากรแร่ ชุมชนที่อยู่อาศัย การพาณิชย์กรรมและอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ท่องเที่ยว รวมทั้งการพัฒนาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายทะเล ย่อมต้องการความร่วมมือและการประสานแผนพัฒนาในระหว่างองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีหน้าที่ ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ต้องถือเป็นภารกิจหลักที่สำคัญ ทั้งกำหนดแนวความคิด บูรณาการวางแผนร่วมกันกับองค์กรต่างๆ ที่ใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรชายฝั่ง เพื่อนำพาประเทศก้าวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดไป
การกำหนดแนวเขตที่ดินชายฝั่งทะเลเพื่อการปฏิบัติงานที่ชัดเจน จึงเป็นกลวิธีที่สำคัญที่ทำให้ทุกภาคส่วนเกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ซึ่งทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ชายฝั่งทะเลสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้อย่างกว้างขวางไปในทิศทางเดียวกัน บังเกิดผลสำเร็จของงานด้านการจัดการและพัฒนาที่ดินชายฝั่งของประเทศชาติ